สาระ ความรู้ ประกันภัย

ทำอย่างไรเมื่อเกิดเหตุ

การบริหารความเสี่ยง

หลักพื้นฐานเกี่ยวกับประกันภัย

ประเภทของการประกันภัย

ประโยชน์ของการประกันภัย

คำศัพท์ในธุรกิจประกันภัย

 

 

 

 

ลิงค์ย่อย ภายใน

รายชื่อหน่วยงานราชการ รัฐวิสา

กลุ่มรถยนต์ (รถเก๋ง รย.1)

 

 

 

 

 

 

รายชื่อ บริษัท ประกันภัย

 

อาคเนย์

นำสิน

 

เจ้าพระยา

ไทยศรี

 

เอเชีย

สหมงคล

 

เมืองไทย

วิริยะ

 

มิตรแท้

กรุงเทพ

 

ไอโออิ

เทเวศ

 

อินทร

ทิพย

 

เอ็มเอสไอจี

เจอเนอรารี

 

สินมั่นคง

ไทยพาณิชย์

 

อลิอันซ์ซีพี

โตเกียวมารีน

 

คูเนีย

ไทยประกัน

 

นวกิจ

กมล

 

คุ้มภัย

แอกซ่า

 

แอลเอ็มจี

บริษัทอื่นๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สาระ ความรู้ ประกันภัย

ประกันภัยทางทะเล

 -Institute Cargo Clauses (A)

 -nstitute Cargo Clauses (B)

 -nstitute Cargo Clauses (C)

เปรียบเทียบประกันทางทะเล

ประกันภัยการว่างงาน

ประกันอุบัติเหตุเดินทาง

การประกันภัยต่อ

ประกันภัยการโจรกรรม

ประกันอิสรภาพ

ประกันภัยสำหรับเจ้าบ้าน

ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคล PA

ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก

ประกันอัคคีภัย

รวมประกันเบ็ดเตล็ด (ย่อ)

ความคุ้มครองประกันภัยรถยนต์

ภาวะ ประเภทความเสี่ยงภัย



การประกันภัยการขนส่งสินค้าทางทะเล

การประกันภัยทางทะเลและขนส่ง

ความหมาย การประกันความเสียหายแก่เรือและทรัพย์สินหรือสินค้าที่อยู่ในระหว่างการขนส่งทางทะเล และยังขยายของเขตความคุ้มครองไปถึงการขนส่งสินค้าทางอากาศและทางบก ซึ่งต่อเนื่องกับการขนส่งทางทะเลด้วย

ประเภทของการประกันภัยทางทะเล

1. การประกันภัยตัวเรือ (Hull Insurance) : คุ้มครองความเสียหายต่อตัวเรือจากอุบัติเหตุต่างๆ เช่น ภัยจากลมพายุ, เรือเกยตื้น, เรือชนกัน, เรือชนหินโสโครก เป็นต้น และยังหมายความรวมไปถึงการประกันค่าระวางด้วย

2. การประกันภัยสินค้า (Cargo Insurance) : คุ้มครองสินค้าที่เอาประกันภัยซึ่งอยู่ในระหว่างการขนส่งทางทะเล ภัยที่ได้รับการคุ้มครองขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ผู้เอาประกันภัยเลือกซื้อความคุ้มครองไว้

 

บุคคลผู้มีสิทธิหรือมีส่วนได้ส่วนเสียที่อาจจะเอาประกันภัยทางทะเลได้

ผู้ที่จะเอาประกันภัยได้ต้องมีส่วนได้ส่วนเสียในเหตุที่เอาประกันภัย เช่น เจ้าของเรือ, เจ้าของสินค้าหรือผู้รับขนส่ง เป็นต้น ใครเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในสินค้าขณะเกิดความเสียหาย ผู้นั้นย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้บริษัทชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับตนเองได้

ภัยที่คุ้มครองและเงื่อนไขความคุ้มครองในกรมธรรม์

1. ภัยทางทะเล (Peril of the sea) เช่น ภัยจากพายุ, มรสุม, เรือจม, เรือชนกัน และเรือเกยตื้น

2. อัคคีภัย (Fire) ได้แก่ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากไฟไหม้ แต่ต้องไม่เกิดจากความประพฤติผิดของผู้เอาประกันภัยเอง หรือเกิดจากการลุกไหม้ขึ้นมาเองของสินค้าอันเนื่องมาจากธรรมชาติ

3. การทิ้งทะเล(Jettisons) หมายถึง การเอาของทิ้งทะเลเพื่อให้เรือเบาลง

4. โจรกรรม (Thieves) หมายถึง การโจรกรรมอย่างรุนแรงโดยการใช้กำลังเพื่อช่วงชิงทรัพย์

5. การกระทำโดยทุจริตของคนเรือ(Barratry) หมายถึง การกระทำโดยมิชอบของคนเรือโดยเจตนากลั่นแกล้งทุจริต ตั้งแต่นายเรือจนกระทั่งถึงลูกเรือในอันที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินและการกระทำนั้นต้องปราศจากการรู้เห็นเป็นใจ ของเจ้าของทรัพย์

เรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ ทางทะเล

การเลือกซื้อความคุ้มครอง

 

จะมี 3 แบบให้เลือกโดยแต่ละแบบจะให้ความคุ้มครองไม่เท่ากัน

1. F.P.A. (Free from Particular Average) แปลว่า การประกันตามเงื่อนไขนี้ให้ความคุ้มครองแคบที่สุด

กล่าวคือ บริษัทประกันภัยจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเฉพาะเมื่อสินค้าเสียหายโดยสิ้นเชิง (Total Loss) เท่านั้น ถ้าสินค้านั้นได้รับความเสียหายแต่เพียงบางส่วน (Partial Loss) จะไม่ได้รับการชดใช้

2. W.A. (With Average) แปลว่า การประกันภัยตามเงื่อนไขนี้ให้ความคุ้มครองความเสียหายโดยสิ้นเชิง และความเสียหายบางส่วนด้วย แต่ความเสียหายบางส่วนนี้จะต้องไม่ต่ำกว่า 3% ของข้อมูลค่าทรัพย์สินที่เอาประกันภัย

3. All Risks เป็นเงื่อนไขความคุ้มครองที่กว้างที่สุด คือ ให้ความคุ้มครองทั้งความเสียหายบางส่วน และสิ้นเชิงโดยไม่จำกัดเปอร์เซ็นต์ความสูญเสีย

 

ตู้สินค้าประกันทางทะเล

เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองในการประกันภัยทางทะเลและขนส่ง

ในตลาดการประกันภัยทางทะเลและขนส่งประเทศไทย เงื่อนไขความคุ้มครองที่ผู้รับประกันภัยส่วนใหญ่ จัดให้แก่ผู้เอาประกันภัย มักจะยึดถือตามเงื่อนไขความคุ้มครองที่ใช้กันในประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นเงื่อนไขความคุ้มครองที่จัดทำขึ้นโดย กลุ่มผู้รับประกันภัย อันได้แก่

The Institute of London Underwriters, the Liverpool Underwriters Association

และ Lloyds Underwriters Association

เงื่อนไขความคุ้มครองที่จัดทำโดยกลุ่มผู้รับประกันภัยดังกล่าวข้างต้น จะขึ้นด้วยคำว่า ‘Institute’ ซึ่งเป็นที่รู้จักแลยอมรับกันดีทั่วไป ในวงการธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ผู้ส่งออก ผู้นำเข้า ธนาคาร หรือ ตัวแทนในการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนในการประกันภัย ขนส่งสินค้าทางทะเลโดยทั่วไป มีชุดเงื่อนไขความคุ้มครอง 3 ชุด ที่เป็นที่นิยมกัน ซึ่งได้กำหนดขอบเขตความเสี่ยงภัยที่คุ้มครอง ลดหลั่นลงไปตามลำดับ ดังนี้

1. The Institute Cargo Clauses ‘A’

2. The Institute Cargo Clauses ‘B’

3. The Institute Cargo Clauses ‘C’

การประกันภัยการขนส่งสินค้าทางทะเล

การขอเอาประกันภัย

 

สำหรับการประกันภัยการขนส่งสินค้าทางทะเลนั้น มีแนวทางในการขอเอาประกันภัย ดังนี้

 

1. ควรเลือกเงื่อนไขความคุ้มครองให้เหมาะสมกับประเภทของสินค้า กล่าวคือ สินค้าโดยทั่วๆ ไปที่มีการบรรจุหีบห่อ เงื่อนไขความคุ้มครองมักใช้เงื่อนไขแบบมาตรฐานที่เรียกว่า Institute Cargo Clauses ซึ่งมีให้เลือก 3 เงื่อนไขด้วยกัน คือ

เงื่อนไข “สำหรับการคุ้มครองที่กว้างที่สุด

เงื่อนไข “สำหรับการคุ้มครองอุบัติเหตุที่ร้ายแรง เช่นรถคว่ำ เรือชนกัน เกยตื้น ไฟไหม้ และรวมถึงความเสียหายจากการเปียกน้ำด้วย

เงื่อนไข “คุ้มครองเฉพาะอุบัติเหตุที่ร้ายแรงเท่านั้น

 

อย่างไรก็ดี สำหรับสินค้าบางประเภทการเลือกใช้เงื่อนไข Institute Cargo Clauses แบบหนึ่งแบบใดอาจจะไม่เหมาะสม ควรเลือกเงื่อนไขความคุ้มครองที่ร่างขึ้นสำหรับสินค้านั้นๆ โดยเฉพาะ ซึ่งเรียกรวมๆ ว่าเงื่อนไขพิเศษ (Trade Clauses) เช่น

 

Bulk Oil Clauses สำหรับคุ้มครองน้ำมันที่บรรทุกในเรือบรรทุกน้ำมัน

Institute Frozen Foods Clauses สำหรับสินค้าที่แช่แข็ง

Institute Frozen Meat Clauses สำหรับสินค้าที่เป็นเนื้อแช่แข็ง

Institute Coal Clauses สำหรับคุ้มครองถ่านหิน

 

2. ควรระบุให้กรมธรรม์มีผลคุ้มครองตลอดเส้นทางของการขนส่ง เช่น คลังสินค้าของผู้ซื้อสินค้าสมมติว่าตั้งอยู่ในเชียงใหม่ สินค้านำเข้ามาจากฮ่องกงซึ่งเรือสินค้าจะต้องเข้าเทียบท่าเรือกรุงเทพฯ ก่อนขนส่งต่อภายในประเทศไปยังจังหวัดเชียงใหม่ จึงควรระบุในกรมธรรม์ให้ความคุ้มครอง เริ่มจากฮ่องกงผ่านกรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่ (From Hongkong via Bangkok to Chiengmai)

 

3.ควรพิจารณาดูว่าสัญญาซื้อขายเป็นเงื่อนไขแบบใด ถ้าเป็นสัญญาซื้อขายแบบ C.I.F. ในกรณีที่เป็นสินค้าส่งออกจะต้องตรวจดูเงื่อนไขของ L/C ที่ผู้ซื้อสินค้าระบุมาว่าให้ใช้เงื่อนไขความคุ้มครองแบบใด ถ้าผู้ซื้อระบุการคุ้มครองที่กว้างกว่าประเพณีนิยมของการซื้อขายชนิดนั้น ผู้ซื้อมีหน้าที่รับภาระค่าเบี้ยประกันภัยส่วนที่เพิ่มขึ้นจากปกติ

 

4. ควรพิจารณาทำประกันภัยกับบริษัทประกันภัยภายในประเทศ โดยเฉพาะกรณีที่เป็นสินค้านำเข้าเพราะนอกจากจะเป็นการสงวน เงินตราไว้ภายในประเทศ ได้ส่วนหนึ่งแล้วในกรณีที่สินค้าได้รับความเสียหายหรือสูญหาย ขั้นตอนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน จากบริษัทประกันภัยในประเทศ จะสะดวกรวดเร็วกว่าการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยซึ่งตั้งอยู่ต่างประเทศ

 

5. ควรมีข้อมูลและรายละเอียดสำหรับทำประกันภัย ดังนี้

- ชื่อผู้เอาประกันภัย

- ชื่อและประเภทของสินค้าที่เอาประกันภัย

- จำนวนเงินเอาประกันภัย

- เส้นทางการขนส่ง ควรระบุเมืองต้นทางและเมืองปลายทางให้ชัดเจนในกรณีที่มีการถ่ายลำจะต้องระบุเมืองท่าที่มีการถ่ายลำด้วย

เงื่อนไขความคุ้มครองที่ต้องการ ภายหลังจากที่สินค้าขึ้นเรือเรียบร้อย จะต้องแจ้งข้อมูลให้บริษัททราบเพื่อออกกรมธรรม์ ดังนี้

- ชื่อเรือหรือยานพาหนะที่ใช้บรรทุกสินค้า ชื่อเรือที่มีการถ่ายลำ (ถ้ามี)

- วันที่เรือออกเดินทาง

- ชื่อเมืองท่าต้นทางและปลายทาง

- จำนวนหีบห่อและเครื่องหมายบนหีบห่อ

 

เอกสารที่ใช้ประกอบในการขอเอาประกันภัย

Text Box:
ประกันขนส่งทางทะเล เรือสินค้า ประกันภัยทางทะเล ประกันเรือสินค้าประกันทางทะเล ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ